หลายคนสงสัย ! การให้ อาหารสายยาง เจ็บหรือไม่ ?เข้าใจเลยครับว่าเป็นคำถามที่คนเป็นลูกหลานหรือผู้ดูแลกังวลที่สุด เพราะไม่อยากให้ผู้ป่วยต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้
ผมขอสรุปความจริงจากความรู้สึกของผู้ป่วยมาให้เห็นภาพชัดๆ โดยแบ่งเป็น "ตอนใส่" กับ "ตอนให้" ดังนี้ครับ
1. ตอนใส่สาย (The Insertion): เจ็บแบบ "จี๊ดๆ และเคือง"
สายทางจมูก (NG Tube): ช่วงที่พยาบาลสอดสายผ่านโพรงจมูกลงไปที่คอ จะรู้สึก เจ็บแสบ แหนะ และสำลัก เล็กน้อยครับ (ความรู้สึกเหมือนสำลักน้ำตอนว่ายน้ำ) แต่ความเจ็บนี้จะเกิดขึ้นแค่ 1-2 นาที เท่านั้นครับ พอสายเข้าที่แล้วความเจ็บจะหายไป เหลือเพียงความรำคาญ
สายทางหน้าท้อง (PEG): ขั้นตอนนี้แพทย์จะ ฉีดยาชาและให้ยาระงับความรู้สึก ดังนั้นตอนทำผู้ป่วยจะไม่เจ็บเลยครับ แต่อาจจะมีอาการระบมแผลหลังทำเสร็จ 2-3 วันแรกเหมือนแผลผ่าตัดทั่วไป
2. ตอนให้อาหาร (The Feeding): "ไม่เจ็บ...แต่มีอาการอื่น"
ขอยืนยันว่า "การไหลของอาหารผ่านสายยางเข้าสู่ร่างกาย ไม่เจ็บเลยครับ" เพราะทางเดินอาหารภายในไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บเหมือนผิวหนังภายนอก แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึก:
แน่นหรือตึงท้อง: ถ้าเราเดินยาหรือให้อาหารเร็วเกินไป
อิ่ม: เหมือนเวลาเรากินข้าวอิ่มปกติครับ
เคืองคอ/จมูก: สำหรับคนใส่สายทางจมูก อาจจะรู้สึกรำคาญเหมือนมีเสมหะหรือมีเศษอะไรติดคออยู่ตลอดเวลา
💡 3 เคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้ป่วย "เจ็บและรำคาญ" น้อยลง
ห้ามให้อาหารเย็นจัด: อาหารที่เพิ่งออกจากตู้เย็นจะทำให้กระเพาะหดตัวและผู้ป่วยจะปวดมวนท้องได้ ควรให้อาหารที่อุณหภูมิห้องครับ
ทาริมฝีปากและเช็ดจมูก: ความเจ็บมักมาจากจมูกแห้งหรือปากแห้งคอแห้ง การใช้สำลีชุบน้ำเช็ดหรือทาลิปมันจะช่วยลดการเสียดสีของสายได้มาก
เปลี่ยนพลาสเตอร์บ่อยๆ: การติดพลาสเตอร์ที่จมูกซ้ำจุดเดิมนานๆ จะทำให้ผิวหนังอักเสบและเจ็บได้ ควรเปลี่ยนตำแหน่งการติดเล็กน้อยทุก 1-2 วันครับ
⚠️ อาการเจ็บแบบไหนที่ "ไม่ปกติ"?
หากผู้ป่วยบ่นเจ็บในลักษณะนี้ ควรหยุดให้และเช็กทันทีครับ:
เจ็บจี๊ดที่หน้าท้อง (สายหน้าท้อง): อาจมีอาหารรั่วซึมมาโดนผิวหนังหรือแผลอักเสบ
เจ็บหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง: สายอาจเลื่อนตำแหน่งหรือมีลมในกระเพาะมากเกินไป
สรุปสั้นๆ: การมีอาหารไหลลงไป ไม่เจ็บ ครับ ความลำบากจะอยู่ที่การปรับตัวกับตัวสายในช่วงแรกๆ เท่านั้น