หมวดหมู่ทั่วไป > โปรโมทสินค้า โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย เช่า บริการ

อาหารสายยาง สูตรใช้เครื่องช่วยหายใจ !

(1/1)

siritidaphon:
อาหารสายยาง สูตรใช้เครื่องช่วยหายใจ !

การดูแลโภชนาการสำหรับผู้ป่วยที่ใช้ เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) มีความละเอียดอ่อนและสำคัญมากครับ เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การให้พลังงาน แต่ต้องเป็นสารอาหารที่ "ลดภาระการทำงานของปอด" และป้องกันการติดเชื้อครับ

หลักการและสูตรอาหารที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มนี้ครับ:

1. หลักการสำคัญ: "ลดแป้ง เพิ่มไขมันดี"
ในกระบวนการย่อยสารอาหาร ร่างกายจะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) ออกมา: แป้ง (คาร์โบไฮเดรต): ผลิต CO2  สูงที่สุด ทำให้ปอดต้องทำงานหนักเพื่อขับก๊าซนี้ออก

ไขมัน: ผลิต CO 2  น้อยที่สุด

สูตรอาหาร: จึงต้องเป็นสูตร Low Carbohydrate & High Fat เพื่อให้ปอดไม่ต้องเหนื่อยกับการกำจัดก๊าซมากเกินไป ช่วยให้ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ง่ายขึ้น (Weaning)


2. สูตรอาหารแนะนำ (High Fat, Low Carb)
● กรณีใช้สูตรสำเร็จรูป (แนะนำที่สุด)
ควรเลือกสูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคปอดหรือผู้ป่วยวิกฤต เช่น:

สูตรสำหรับผู้ป่วยโรคปอด (เช่น Oxepa หรือ Pulmocare): สูตรเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีสัดส่วนไขมันสูงและแป้งต่ำเป็นพิเศษ และมักผสมสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อลดการอักเสบของปอด

● กรณีปั่นผสมเอง (Blenderized Diet)
หากต้องทำเองที่บ้าน ต้องปรับสัดส่วนจากสูตรปกติ ดังนี้ครับ:

ลดข้าว: ลดปริมาณข้าวขาวหรือแป้งลงประมาณ 20−30% จากสูตรทั่วไป

เพิ่มไขมันดี: ใช้น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก เพื่อให้พลังงานทดแทนแป้งที่หายไป

โปรตีนคุณภาพสูง: ใช้ไข่ขาวหรืออกไก่ เพื่อคงมวลกล้ามเนื้อกะบังลม (ช่วยในการหายใจ)

ผัก: ใช้ผักใบเขียวต้มเปื่อยและกรองละเอียด เพื่อเอาวิตามินมาช่วยซ่อมแซมเซลล์ปอด


3. ข้อควรระวังระดับวิกฤต (Critical Precautions)
ระวังน้ำเกิน (Fluid Overload): ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจมักเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมปอด แพทย์มักจะจำกัดน้ำ ดังนั้นอาหารสายยางต้องมีความเข้มข้นสูง (เช่น 1.5 kcal/ml) เพื่อให้ได้รับพลังงานครบโดยใช้ปริมาณน้ำน้อยที่สุด

ป้องกันการสำลัก 100%: การสำลักในขณะใส่ท่อช่วยหายใจอันตรายมาก เพราะเชื้อโรคจะลงสู่ปอดได้โดยตรง ต้องยกหัวสูง 30-45 องศาตลอดเวลา แม้จะไม่ได้ให้อาหารอยู่ก็ตาม

ตรวจสอบอาหารค้าง (Residual): การที่เครื่องช่วยหายใจดันลมเข้าท้องอาจทำให้ท้องอืดและย่อยช้าลง ต้องดูดเช็กกระเพาะก่อนมื้ออาหารถ้าค้างเกิน 150-200 มล. ต้องปรึกษาแพทย์ทันที

การขับถ่าย: หากท้องอืดหรือท้องผูก จะดันกะบังลมขึ้นไปทำให้หายใจลำบากขึ้น ต้องดูแลให้ผู้ป่วยขับถ่ายสม่ำเสมอ


4. สารอาหารเสริมที่ช่วยได้
Omega-3 (EPA/DHA): ช่วยลดกระบวนการอักเสบในเนื้อปอด

Phosphate (ฟอสเฟต): สำคัญมากต่อกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ หากฟอสเฟตในเลือดต่ำ ผู้ป่วยจะไม่มีแรงหายใจเองจนถอดเครื่องไม่ได้ (ต้องตรวจเลือดสม่ำเสมอ)


💡 คำแนะนำสำหรับผู้ดูแล
การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรทำภายใต้การกำกับของ "นักกำหนดอาหาร" หรือ "แพทย์เจ้าของไข้" อย่างใกล้ชิดครับ เพราะต้องมีการคำนวณสัดส่วน CO 2  ที่ร่างกายผลิตออกมา (Respiratory Quotient)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version